Categories

เนื่องจากถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่าพรุ่งนี้ทางทีมผมคงได้ทำการบินเรือเหาะผ่านเข้าไปในเมือง

ในช่วงเวลา 9.30 - 10.30 น. โดยประมาณ

 

โดยเส้นทางจะครอบคลุมบริเวณสายใต้ใหม่(สาขาเดิม ไม่ใช่ใหม่กว่า) สะพานปิ่นเกล้า หัวลำโพง

สวนลุมฯ มักกะสัีน แยกศรีอยุธยาตัดพญาไท ถ.พระราม1(บริเวณที่ทางด่วนตัดผ่าน) อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

กลับไปยังสายใต้ใหม่ และกลับศาลายาครับ

 

ใครอยู่ในเส้นทางและสนใจเรือเหาะ อย่าลืมมองๆกันนะครับ ถ้าใครถ่ายรูปไว้ได้ อย่าลืมเอามาแบ่งกันดูด้วยนะครับ

ช่้วงนี้ขอเขียนเรื่องเบาๆต่อครับ ขี้เกียจเรียบเรียงคำพูดนานอีกแล้ว 55 (ช่วงนี้ไม่ขยันเลยจริงๆ)

 

เนื่องจาก airship หรีือเรือเหาะของเรา ก็เหมือนทุำกอย่างบนโลกนี้ครับ ใช้ไปนานๆย่อมสกปรกได้

ไหนจะขี้ฝุ่น ไหนจะขี้นกที่ยกพวกกันมาทำรัง และเกา่ะกันอยู่ตามหลังคาโรงเก็บ ปล่อยไปนานๆ

น้องเรือเหาะของเราอาจจะน้อยใจได้ ว่าพอพาเธอมาอยู่เมืองไทยแล้ว ก็ไม่ดูแล takecare เลย

ไหนๆพวกเราก็พอมีเวลา ก็เลยได้ฤกษ์ขัดสีฉวีวรรณให้น้องเค้าหน่อย

 

หลายๆท่านอาจจะคิดว่า โห น้องเค้าก็ตัวออกจะใหญ่ จะล้างกันยังไง อุปกรณ์เป็นแบบไหน

เหมือนเครื่องบินหรือเปล่า (กระซิบให้ว่า ถ้่าเป็นเครื่องบินเค้าจะมีบ.รับล้างครับ ถ้าเป็นเครื่องบินโดยสารนี่

เค้ามีรถขนาดใหญ่คล้ายๆรถดับเพลิง ต่อกระเช้าไปล้างเลย) แต่ของเรานี่ simply กว่าเยอะ ไปดูอุปกรณ์กันเลย

 

ที่เห็นๆก็เป็นไม้ยาวต่อ เพื่อให้ยาวพอจะถูหลังน้องเค้าได้ รวมกับถังน้ำ และสบู่เหลว

เพื่อชำระล้างคราบฝุ่นให้ออกไป

เอาล่ะ พร้อมแล้วก็ลุยกันเลย แต่เอ๊ะ ตัวน้องเค้าก็ออกสูง จะขึ้นไปถูหลังให้ถึง ก็ต้องออกแรงกันหน่อย

จับแน่นๆ แล้วปีนนำผมขึ้นไปเลยครับ เดี๋ยวตามไป

 

 ขึ้นไปข้างบนก็ตามที่เกริ่นไปครับ เต็มไปด้วยขี้นกและคราบฝุ่นเพียบหลังจากตากแดดตากลม

ทั้งข้างใน และนอกโรงเก็บมากว่า 5 เดือน

เมื่อขึ้นไปก็ทำการผสมน้ำกับสบู่ให้เข้ากัน ถ้าใกล้มือหน่อย ก็เอาผ้าชุบน้ำสบู่ ทำการเช็ดๆให้สะอาด

แล้วตามด้วยผ้าแห้งเช็ดให้แห้ง ถ้าเป็นจุดที่ไกลออกไป ก็ต้องใช้ไม้ที่ต่อด้ามแล้วยืดๆตัวออกไปเช็ด

ทั้งเช็ดน้ำและเช็ดแห้ง ซึ่งแน่นอน ของที่ด้ามยาวๆ moment ย่อมเยอะ และนำมาซึ่งความเมื่อยแบบสุดๆ

กลับมาใสปิ๊ง ขาวน่ารัก เหมือนเดิม

 

การเช็ดแต่ละครั้งก็กินพื้นที่แนวยาวประมาณ 8 เมตรครับ เรือเหาะตัวนี้ยาว 34 เมตร พอเช็ดเสร็จจุดนึง

ก็ลากๆบันไดเช็ดต่อกันไป  วันนึงเช็ดได้ 1 ด้าน(ซ้าย/ขวา) จะครบทั้งลูกก็กินไป 2 วัน รวมกับการเก็บ

รอยที่น้ำย้อยลงมาใต้ท้องตัวบอลลูน ก็เท่ากับเสียเวลาไปร่วม 3 วัน ดังนั้น จะล้างแต่ละที ต้องแน่ใจ

ว่าคุ้มค่าที่เสียไปทั้งน้ำและเวลาครับ

ช่วงนี้พักเรื่องงานไว้ซักพักครับ ไม่ใช่ว่าหมดมุข แต่เพราะขี้เกียจเรียบเรียงคำพูด ประกอบกับช่วงนี้

เข้าช่วงปลายปีแล้ว  มาเฮฮากับเทศกาลก่อนดีกว่า 55

 

วันนี้เลยเกาะกระแสควันหลงงานลอยกระทงต่อซะหน่อย  เพราะถือว่าปีนี้ มีอะไรเกิดขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านๆมา

ที่แค่เคยเดินเล่นตามงานในม.โดยไม่้ได้ใส่ใจกับเทศกาลนี้มากนัก แถมยังได้เที่ยวงานวัด(จริงๆ)

ครั้งแรกในชีวิตซะด้วย

 

งานลอยกระทงสำหรับผมปีนี้ เริ่มด้วยการหาที่ลอยกระทงครับ(เพราะคนข้่างๆ want จัด อิิอิ) ทั้งๆที่ที่เรา

2 คนไปกัน คือริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่มันฟังดูตลกมาก ที่ต้องหาที่ลอยกันชนิดที่เรียกว่า ลำบาก พอดู

ที่แรกที่ไป ก็เล่นที่ใกล้ๆตัวก่อนครับ ท่ารถไฟ หลังรพ.ศิริราชนี่แหละ(ห่างจากหอพักนศพ.ที่คนที่ผมรักพักอยู่

ประมาณ 50 ก้าวเดิน) ตอนแรกทำท่าจะ work ครับ มีคนอยู่พอควร และที่ริมท่า มีเรือข้ามฟากจอดลอยอยู่

(ท่าัมันปิดแล้ว เรือแค่มาจอดยึดกับท่าไว้) ซึ่งถ้าลอยจากเรือเลย ก็เรียกได้ว่าสะดวกดีแล้วก็ริมน้ำแบบจะๆ

แต่มิทันที่การกระทำจะไวเท่าความคิด ก็มีคนที่เข้าใจว่าเป็นคนของบ.เรือข้ามฟากมาไล่ แล้วบอกว่าให้ขึ้นจากเรือ

ถ้าจะลอยก็ให้ใส่ตะแกรง(นึกถึงตะแกรงตักปาท่องโก๋ ต่อด้ามยาวๆไว้ครับ แบบนั้นเลย) แล้วหย่อนลงไปจากท่า

เอ่อ ถ้าจะทำแบบนั้น ตูจะลอยทำไมฟระ

ปฏิบัติการหาสถานที่จึงดำเนินต่อไป โดยยังคง concept "ท่าเรือข้ามฟาก" คราวนี้ย้ายไปท่าวังหลัง ข้างรพ.กัน

โดยระหว่างทางเดินไป ก็แว๊บๆไปดูตรงท่าของรพ.เอง ปรากฏว่า ลอยได้ครับ แต่ต้องฝากจนท.เค้าไปลอย

เนื่องจากคงเกรงว่าจะมีคนอยากลงไปเล่นน้ำกลางดึก แล้วรพ.จะซวย ได้คนไข้เพิ่มกลางดึก

แล้วถ้าจะฝากคนอื่นลอย แล้วตูจะลอยทำไม ว่าแล้วก็เดินต่้อไป 

เมื่อมาถึงท่าวังหลังก็ปรากฎว่า น้ำลึกกว่าท่าเดิมซะอีก ดังนั้น ไม่ work อย่างแรง เอางี้ข้ามฝั่งไปมธ.ดีกว่าฝั่งนั้น

เป็นมหาวิทยาลัย น่าจะพึ่งพาได้ ซึ่งเมื่อเข้าไปก็ใจชื้นครับ คนเยอะมาก ตรงลานท่านปรีดีนี่ อย่างเยอะ

แต่... ก็ยังไม่มีที่จะลอยลงไปกับน้ำได้นี่นา ดังนั้น จึงต้องเดินไปอีกถึงลานสิงห์ ซึ่งมีบริเวณที่ทอดบันได

ลงไปในน้ำเลย แต่ เจ้ากรรม ที่ทางม.คงหวังดี กลัวนศ.จะเมาแล้วตกน้ำตกท่าไป เลยจัดจนท.รับลอยให้

โดยที่เราได้แค่อยู่นอกรั้วเตี้ยๆที่กั้นทางเดินลงบันไดไป

    อาการเดิมครับ แล้วตูจะลอยทำไม ฝากใส่มือคนอื่นเนี่ย 

เอ้อ ลืมบอกไป ว่าระหว่างที่ขึ้นท่าพระจันทร์มา ก็เห็นมีบริการให้นั่งเรือออกไปลอยกลางแม่น้ำบริเวณ

สะพานพระราม 8 เหมือนกัน แต่อารมณ์งกมันมีมากกว่า เพราะตั้งคนละ 30 แหนะ เลยเดินไปดูในมธ.ก่อน

แต่เมื่อถึงตอนนี้ก็ไม่มีทางอื่นละครับ ลงเรือไปเลย ยอมเสียเงินดีกว่าเสียอารมณ์

บริเวณท่าพระจันทร์ ที่จะมีบริการพาไปลอยถึงพระราม 8

 

ทีนี้ก็ไม่มีอะไรมากละครับ หลังจากเรือพาทวนกระแสน้ำไปถึงพระราม 8 ก็จะจอดลอยนิ่งให้แต่ละคน

เริ่มจุดธูป เทียน ไฟเย็น และของตกแต่งตามแต่จะมี แล้วก็ลอยไปได้เลย จะใส่ตะแกรง หรือยอมเสี่ยง

ยื่นมือไปลอยก็เอา  ซึ่งคนข้างๆผมก็อยากเสี่ยงเหลือเกิน แบบว่า จะลอยลงน้ำด้วยมืิอให้ได้

ถ้าตกไปจริงๆนี่ จะแกล้งซ้ำซะให้เข็ด 555

หลังจากได้ลอยสมใจ ทีนี้เราทั้งคู่เลยเ้ริ่มนึกได้ว่ายังไม่้ได้กินข้าวเย็นนี่หว่า แถมเดินไปเดินมาหาที่ลอย

เพลินๆนี่ ปาเข้าไปเกือบ 2 ชม. เหลือเชื่อจริงๆ  เอาล่ะ รีบไปหาของกินดีกว่า พร้อมๆกับการร่วมงานวัด

แบบที่จัดในวัดจริงๆ ครั้งแรกในชีวิตเลยทีเดียว

 

สถานที่ก็เล่นใกล้ๆอีกแล้วครับ วัดหลังรพ.เลยนี่ล่ะ(ผมดันจำชื่อไม่ได้อีกแฺฮะ) ซึ่งมีร้านขายอาหารต่างๆมาออก

กันเพียบ ก็เลยจัดแจงหาของเข้าท้องมาเป็นพลังงานในการเดินงานก่อน ทั้งบาร์บีคิว ปลาหมึกย่าง

กระเพาะปลา และขนมอีกนิดหน่อย(ช่วงนี้ถ่ายรูปไม่ได้เลย ของเต็มมือ อิอิ)

จากนั้นก็เป็นการตระเวนเล่นเกมตามซุ้มของคนที่ผมรัก เพราะไอ้เรามันพวกชอบเดินอย่างเดียว ก็เดินๆไป

จริงๆอยากถ่ายรูปมาก แต่มือไม่ว่าง แถม mem กล้องมือถือก็จะเต็ม เลยถ่ายมาได้แค่นี้

โดยซุ้มเดียวที่ผมมีส่วนร่วมด้วย คือชิงช้าสวรรค์ครับ ตอนแรกว่าจะถ่ายงานจากมุมสูงซะหน่อย

แต่เนื่องจากกระเช้ามันเล็กโคตรๆ ขนาดผมก็ว่าตัวเล็กแล้ว ยังต้องคุดคู้อยู่เลย เลยตัดใจไม่ถ่ายและกินข้าวโพด

อบเนยในมือต่อไป 55 (อาศัยจังหวะคนข้างๆถ่ายรูปอยู่ กินไม่แบ่งซะเลย หุหุ)

บรรยากาศงานโดยรวมก็ถือว่าเป็น งานวัด แบบที่ผมเคยเห็นในหนังบ้าง ตามรูปบ้าง มีซุ้มเกม จำพวกปืนลม

ปาลูกโป่ง ไปจนถึงเบาะอากาศและม้าหมุนที่มีไว้ล่อเด็กๆโดยเฉพาะ(แว่วๆจากคนข้างๆมาว่าอยากเล่น

เหมือนกัน แต่ติดที่อายุเกิน 555) มีอาหาร และที่ขาดไม่ได้คือลิเกครับ  ว่าจะลองไปดูเหมือนกัน

แต่เอาแค่ผ่านๆก็ำพอละ เพราะกลัวว่าความไม่รู้เรื่องจะทำให้หลับซะก่อน ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วยอนุรักษ์ของไทยๆ

นะครับ (อ้างไปนั่้น)

หลังจากเดินครบรอบงาน แล้วก็ออกไป survey ร้านอาหารอีกรอบ เผื่ออยากกินอะไรเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้อะไร

เลยเข้าไปในวัดแล้วออกประตูหลัง เป็นการวนงานเล่นอีกรอบ ก็จบงานลอยกระทงของปีนี้อย่างสมบูรณ์

ทั้งได้ลอยกระทงกลางแม่น้ำ(ทั้งชีวิตมานี่ หรูสุดคือคลอง นอกนั้นคือบ่อและสระบัวในบ้าน) แถมได้เดินงานวัด

อีก หาไม่ได้ง่ายนะเนี่ย หุหุ

เหนือสิ่งอื่นใด คือได้อยู่ข้างๆคนที่รักในวันเทศกาลสนุกๆแบบนี้แหละนะ อิอิ แล้วเจอกันแบบยาวๆในงาน

เทศกาลแบบนี้กันใหม่ในงานวัน x-mas ละกันครับ (คิดว่านะ อิอิ) แต่ก็คงคั่นด้วยเรื่องวิชาการของเรือเหาะ

บ้าง ตามอารมณ์ฮะ 

ถ่ายไว้ก่อนจะปล่อยไปตามแม่น้ำ ปีหน้ามาลอยด้วยกันอีกนะ

พรุ่งนี้คงไม่ได้อยู่หน้าจอ ถือโอกาสลอยล่วงหน้า่ที่นี่ตั้งแต่วันนี้เลย หุหุ

สุขสันต์วันลอยกระทงทุกท่านครับ

 

 

ลอยกระทางที่ exteen

 

อันเนื่องมาจากเมื่อวาน มีการจัดงานวันเกิดให้กับคุณแม่ของเจ้าของบ.กันตนา และเนื่องด้วยโรงเก็บ

ของเรือเหาะ อยู่ในพื้นที่ของ Kantana movie town เราก็เลยได้ไปร่วมแจมงานของเค้า ในฐานะ ผู้โรย

ข้าวตอกดอกไม้เพื่อเป็นสิริมงคลจากทางอากาศเสีัยหน่อย ฟังดูไฮโซมากครับงานนี้

 

การบินวันนี้ แบ่งเป็น 2 เที่ยว โดยเที่ยวแรก เริ่มบินขึ้น 9 โมง เพื่อโปรยดอกไม้รับเมื่อเจ้าภาพงานมาถึงครับ

ถังนี้แหละ ที่เอาไว้โปรยจากทางอากาศ

บินไปแล้ว

 

งานนี้ได้แต่รอลุ้นอยู่ที่สนามบิน ไม่ได้ไปร่วมถ่ายรูปกับเค้าเลย แต่ก็ได้ยินจากพี่ๆที่ไปสังเกตการณ์ที่งานว่า

บรรดาแขกตื่นเต้นกันยกใหญ่ อยากไปเห็นบรรยากาศเหมือนกันแฮะ 

ส่วนรอบบ่าย ก็เหมือนกัน โดยเริ่มบินขึ้นเที่ยงครับ ซึ่งรอบหลังจะเป็นช่วงที่งานจัดรับแขก โดยมีการกล่าว

ต้อนรับ และมีงาน การละเล่นต่างๆ(ได้ยินมานะ) รอบนี้บรรดาคนที่ไปร่วมงานเลยเยอะกว่าช่วงเช้า ทางเรา

เลยอาศัยจังหวะโปรโมท ด้วยการบินวนเล่นซะ 6 รอบ (แต่คนรอรับเครื่องทรมานอยู่กลางแดด

 ถังนี้ของรอบบ่าย

สภาพหลังกลับมา ดอกไม้ปลิวกระจายเกลื่อน cabin อิอิ

 

หลังจากจบภารกิจ ก็เหน็ดเหนื่อยไปตามๆกัน แถมหิวมากๆ เพราะตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า แ้่ต่บ่ายกว่าแล้ว

ก็ยังไม่ได้กินมื้อหนักๆเลย

แต่แล้วก็ลาภปากครับ เพราะทางงานนั้น เค้าเชิญเราไปร่วม(กิน)ด้วย พวกเราก็เลยไม่พลาด ต้องไปแจม

งานทางภาคพื้นด้วยอีก 1 รอบ 555

 

บรรยากาศงาน และซุ้มของร้านอาหารต่างๆ แต่กว่าเราจะไป อาหารก็หมดไปแล้วหลายเต็นท์

 

มื้อนี้ อร่อยสุดๆ เพราะหิวโซ 55

จริงๆเห็นเค้าคุยๆกันว่าดาราไปเยอะ แต่ส่วนมากที่เราจะเป็นตัวประกอบมากกว่า + กับช่วงนี้ผมไม่ได้ดู tv มา

เนิ่นนาน ก็เลยไม่รู้จักใครกับเค้าเล้ย ทำไมไม่มีนางเอก นางรองสวยๆมาให้เห็นตัวจริงบ้างเนี่ย

ก็จบไปอีก 1 งานครับ หวังว่าลงทุนขนาดนี้ ต่อไปเรือเหาะจะได้ดังๆบ้างนะ