Categories

จริงๆช่้วงนี้ว่าจะเอาเรื่องการเลือกตั้งมาบ่น แต่วันนี้เจอเรื่องสดกว่า สั้นกว่า เลยเอามาระบายก่อน อิอิ

 

อันว่าคนเราเวลาจะส่งจม.ให้คนอื่น ก็ต้องจ่าหน้าซองที่อยู่ของคนรับให้ชัดเจนที่สุดใช่มั้ยครับ

ทั้งบ้านเลขที่ หมู่ หมู่บ้าน/ชื่อตึก ซอย ถนน แขวง เขต จังหวัด รหัสไปรษณีย์ บางคนก็เขียนซะครบถ้วน

จนบางครั้งผมงงว่ากลัวบุรุษไปรษณีย์จะมีงานทำน้อยไปหรือไง ถึงต้องจ่าให้ยาวเหยียด ให้เสียเวลา

อ่านเยอะๆ

 

แต่วันนี้ผมเจอคนขี้เกียจครับ(หรือเค้าเขียนมาเท่าที่เค้ารู้ ก็ไม่รู้) เขียนมาแค่ชื่อคนรับ บ้านเลขที่

แขวง เขต จังหวัด รหัสไปรษณีย์  ฟังดูก็เหมือนมันน่าจะำพอใช่มั้ยครับ แล้วมันก็ส่งมาที่บ้านผม

ได้ถูกต้องซะด้วย (แน่นอนที่อยู่ก็ถูกต้องหมด)

 

แต่ไอ้ที่มันไม่ถูกก็คือ อ่านชื่อคนรับแล้วมันใครหว่า บ้านผมตั้งแต่สร้างมา มันก็เป็นของครอบครัวผม

แล้วก็ไม่เคยมีคนชื่อนี้เข้ามาย่างกราย แม้แต่เฉียดเข้ามาในทะเบียนบ้าน แล้วนี่มันมาจากไหนหว่า

ซักพักเลยเกิดพุทธิไอเดียในการ search หาชื่อใน google ซะเลย แล้วก็เจอซะด้วย

 

ปรากฏว่าที่อยู่นั้น เป็นที่อยู่เดียวกับผมเป๊ะครับ แต่ว่าอยู่คนละซอย โดยเค้าอยู่ซ.ลาดพร้าว 71

แต่ผมอยู่โชคชัย 4 (มันก็ใกล้ๆกันดีเนอะ) นั่นแสดงว่าที่อยู่ที่อยู่บนจม.มันถูกต้องหมด  เพียงแต่

บ้านมันอยู่คนละหมู่เท่านั้นเอง(แต่ที่อยู่ที่ผมเจอในเว็บไม่มีหมู่บอก)

 

ไอ้ที่ตลกกว่านั้น  คือบนจม.จ่าหน้าคำนำหน้าคนรับว่า นาย แต่ในเว็บที่เจอ ดันเป็น พญ.

แต่ผมเดาจากชื่อ ก็น่าจะเป็นผู้ชายมากกว่า(ซึ่งตอนนี้เค้าคงเป็น นพ. ในรพ.ไหนซักแห่ง)

 

ที่เล่ามาก็อยากให้เป็นอุทาหรณ์ด้วยครับ เวลาส่งจม.ให้ใคร จ่าหน้าให้ชัดเจนนะครับ

เอาว่า ให้ละเอียดชนิดบุรุษไปรษณีย์ไปเคาะประตูบ้าน/ห้องได้เลยยิ่งดี ส่วนจม.

ที่ผมได้รับ ก็คงเพิ่มที่อยู่ว่าเป็นซ.ลาดพร้าว 71 แล้วเอาไปหย่อนตู้จม.อีกรอบ

ให้จม.ได้ไปหาเจ้าของที่แท้จริงซะ

(แต่ถ้ามันกลับมาบ้านผมอีกที ผมจะหาเวลาว่าง ดักตีหัวบุรุษปณ. 555)

 

 

ปล. ใครที่สงสัยว่าทำไมผมไม่อัพเรื่องงานบ้างเหมือนแต่ก่อน หรือว่าโดนไล่้ออกไปแล้ว

ขอบอกว่า ยังอยู่ครับ เพียงแต่เรามีปัญหาภายในนิดหน่อยทำให้ตอนนี้เรือเหาะไม่ได้ออกบิน

ก็ขอให้อดใจรอกันอีกหน่อยนะครับ

กระแสช็อกโกแลต

posted on 14 Feb 2008 14:54 by ari05  in My-life

บางคนที่รู้จักผม อ่าน entry นี้แล้วอาจจะงง ว่าอย่างแกนี่ ไปดูหนังเรื่องช็อกโกแลตที่กำลังดัง

เป็นกระแสอยู่ในช่วงนี้ด้วยรึ??

หามิได้ ช่วงนี้ผมดูหนังไทยเยอะขึ้นแ้ล้วนะ 55 แต่เปล่าๆ วันนี้จะมาพูดเรื่องช็อกโกแลตที่เป็นของหวาน

ที่กินได้จริงๆต่้างหาก แล้วก็ไม่ได้จะเขียนต้อนรับวาเลนไทน์โดยตรงด้วย แต่บังเอิญคิดข้อสังเกตได้ในวันนี้พอดี

เรื่องของเรื่องก็คือช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา มีโอกาสได้เข้าห้าง และทำการสำรวจตลาดขนมอย่างตั้งใจบ้าง

หลังจากเดือนที่แล้วต้องเข้า mode ประหยัด ซัดแต่มาม่าไปหลายมื้อ อย่าว่าแต่ของฟุ่มเฟือยอย่างขนมหวาน

อาหารหลักมื้อไหนเกิน 50 ยังต้องคิดหนัก (ชีวิตเอ็งน่าสงสารขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย ) มาเดือนนี้เลยปลดปล่อย

ซัดของแพงไปเยอะ อีกครึ่งเดือนที่เหลือ อาจต้องพึ่งพามาม่าอีกแล้ว 55

ใครที่รู้จักผมอีกนั่นแหละ ก็คงรู้ว่าขนมหวานที่ผมชอบมากๆก็คือช็อกโกแลต เรียกว่า ถ้าเอาจริง ซื้อทีเกิน 500 แน่ๆ

แต่ก็พยายามยับยั้งชั่งใจ อิอิ และจากการเดินซื้อมาร่วมครึ่งเดือนทำให้สังเกตได้ว่าเดี๋ยวนี้มี "Dark choc" ให้เลือกเยอะมาก

เนื่องจากผมเป็นคนชอบกิน dark choc มาแต่ไหนแต่ไร แต่เมื่อก่อนนี่จำได้ว่าหาซื้อค่อนข้างยาก และน่าจะมี

แค่ของ Meiji กล่องสีดำๆเท่านั้นที่พอพึ่งพาได้

แต่มาเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลายแบบ หลายยี่ห้อมาก ที่กินบ่้อยๆก็น่าจะของ Lotte อันที่เขียนว่า

Kakao 56% (จริงๆอันนี้แค่กึ่งๆ dark), แล้วก็กล่องดำที่บอกไปแล้ว นอกนั้นตามท้องตลาดเดี๋ยวนี้ก็ยังมีอีกเยอะ

ที่เจอใหม่วันนี้ก็อย่าง

M&M เจ้าพ่อช็อกโกแลตเม็ด เดี๋ยวนี้ก็เอากับเค้าด้วย

Lindt 1 ในช็อกโกแลตที่เอาไว้ซื้อในช่วงที่ป๋าจริงๆ เพราะไซส์ขนาด 3x4 มาตรฐานพี่แกเล่นไป

99 บาท(กินตั้งแต่ 79 ก็ว่าแพงละ) แต่ๆ วันนี้เค้ามีโฉมใหม่ ขนาดเล็กมาหน่อยแถมบางเจี๊ยบ แต่เมื่อมากับรส

dark - mint choc (ผมโคตรชอบอ่ะรสมินต์เนี่ย) แถมราคาเกือบๆ 40 ถือว่าัยังไม่ทำให้ต้องคิดมากเท่าไหร่

เลยลองซื้อมาซะ

เวเฟอร์สอดไส้ครีม Loacker เดี๋ยวนี้ก็มี dark กับเค้าด้วย แต่ผมว่าอร่อยสู้ Kakao ไม่ได้นะ

 

เหล่านี้คือพวกที่เคยกินและจำได้ ยังมีที่ไม่ได้จำยี่ห้ออีกเยอะมาก ก็เลยสงสัยว่าไอ้กระแส dark choc / Kakao เนี่ย

มันมาจากไหนกันหว่า เมื่อก่อนหายากจะตาย เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่าพวก milk choc จะหากินยากแทน (พูดแล้ว

นึกถึง milk choc ซองสีแดงของ Nestle เมื่อก่อนชอบมาก เดี๋ยวนี้หาไม่ได้แล้ว)

แต่ไม่ว่ากระแสมันจะมาจากไหน ก็หวังว่าบ้านเราจะมีช็อกโกแลตอร่อยๆมาให้กินเยอะๆบ้างก็ดี เพราะที่กินมา

แล้วรู้สึกว่าชอบส่วนมากมันนำเข้าทั้งนั้น แพงก็แพงแถมขาดดุลอีก

แต่ตอนนี้ ก็ต้องยอมขาดดุลไปก่อนล่ะ ฮิฮิ

เมื่อ airship ลงนิตยสาร

posted on 24 Dec 2007 11:31 by ari05  in Airship

ห่างหายไปนาน ด้วยความขึ้เกียจครับ จริงๆ entry นี้ สมควรจะต้อง update ตั้งแต่ต้นเดือนแล้วด้วย

แต่ด้วยความขี้เกียจสะสม ทำให้มาทำใจ up ได้ในวันนี้ อิอิ

 

วันนี้มีอีก 1 ข่าวมานำเสนอ ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจเล็กๆของชาวเรา ที่มีผู้ให้สนใจในตัวเรือเหาะ ถึงขั้นมาิิติดต่อ

ขอรายละเอียด และสัมภาษณ์ัผู้หลักผู้ใหญ่ในบ. เพื่อนำไปลงในนิตยสารรายเดือนฉบับหนึ่ง ที่ถึงจะเป็นนิตยสาร

ที่ค่อนข้างอยู่ในวงแคบ แต่ก็ถือเป็นก้าวแรก ที่จะเริ่มเผยแพร่ภาพและเรื่องราวของเรือเหาะออกสู่สายตาคนทั่วไป

 

นิตยสารนั้นได้แก่ R.C.Flying ฉบับเดือนธันวาคม ครับ

 

 

เนื้อหา cover story อาจจะไม่มากนัก และไม่ได้ลงบทสัมภาษณ์แบบคำต่อคำ แต่ก็มีเนื้อหาที่ครอบคลุมใช้ได้

จำนวนหน้าอาจจะไม่มาก แต่เชื่อว่า ไม่น้อยจนเกินไปครับ 

 

ใครสนใจ อย่าลืิมไปซื้อหามาอ่านกันนะครับ (ไม่มีัเงินจริงๆ ไปยืนอ่านก็ยังดี เอ้า )

 

 

 

เนื่องจากถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่าพรุ่งนี้ทางทีมผมคงได้ทำการบินเรือเหาะผ่านเข้าไปในเมือง

ในช่วงเวลา 9.30 - 10.30 น. โดยประมาณ

 

โดยเส้นทางจะครอบคลุมบริเวณสายใต้ใหม่(สาขาเดิม ไม่ใช่ใหม่กว่า) สะพานปิ่นเกล้า หัวลำโพง

สวนลุมฯ มักกะสัีน แยกศรีอยุธยาตัดพญาไท ถ.พระราม1(บริเวณที่ทางด่วนตัดผ่าน) อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

กลับไปยังสายใต้ใหม่ และกลับศาลายาครับ

 

ใครอยู่ในเส้นทางและสนใจเรือเหาะ อย่าลืมมองๆกันนะครับ ถ้าใครถ่ายรูปไว้ได้ อย่าลืมเอามาแบ่งกันดูด้วยนะครับ

ช่้วงนี้ขอเขียนเรื่องเบาๆต่อครับ ขี้เกียจเรียบเรียงคำพูดนานอีกแล้ว 55 (ช่วงนี้ไม่ขยันเลยจริงๆ)

 

เนื่องจาก airship หรีือเรือเหาะของเรา ก็เหมือนทุำกอย่างบนโลกนี้ครับ ใช้ไปนานๆย่อมสกปรกได้

ไหนจะขี้ฝุ่น ไหนจะขี้นกที่ยกพวกกันมาทำรัง และเกา่ะกันอยู่ตามหลังคาโรงเก็บ ปล่อยไปนานๆ

น้องเรือเหาะของเราอาจจะน้อยใจได้ ว่าพอพาเธอมาอยู่เมืองไทยแล้ว ก็ไม่ดูแล takecare เลย

ไหนๆพวกเราก็พอมีเวลา ก็เลยได้ฤกษ์ขัดสีฉวีวรรณให้น้องเค้าหน่อย

 

หลายๆท่านอาจจะคิดว่า โห น้องเค้าก็ตัวออกจะใหญ่ จะล้างกันยังไง อุปกรณ์เป็นแบบไหน

เหมือนเครื่องบินหรือเปล่า (กระซิบให้ว่า ถ้่าเป็นเครื่องบินเค้าจะมีบ.รับล้างครับ ถ้าเป็นเครื่องบินโดยสารนี่

เค้ามีรถขนาดใหญ่คล้ายๆรถดับเพลิง ต่อกระเช้าไปล้างเลย) แต่ของเรานี่ simply กว่าเยอะ ไปดูอุปกรณ์กันเลย

 

ที่เห็นๆก็เป็นไม้ยาวต่อ เพื่อให้ยาวพอจะถูหลังน้องเค้าได้ รวมกับถังน้ำ และสบู่เหลว

เพื่อชำระล้างคราบฝุ่นให้ออกไป

เอาล่ะ พร้อมแล้วก็ลุยกันเลย แต่เอ๊ะ ตัวน้องเค้าก็ออกสูง จะขึ้นไปถูหลังให้ถึง ก็ต้องออกแรงกันหน่อย

จับแน่นๆ แล้วปีนนำผมขึ้นไปเลยครับ เดี๋ยวตามไป

 

 ขึ้นไปข้างบนก็ตามที่เกริ่นไปครับ เต็มไปด้วยขี้นกและคราบฝุ่นเพียบหลังจากตากแดดตากลม

ทั้งข้างใน และนอกโรงเก็บมากว่า 5 เดือน

เมื่อขึ้นไปก็ทำการผสมน้ำกับสบู่ให้เข้ากัน ถ้าใกล้มือหน่อย ก็เอาผ้าชุบน้ำสบู่ ทำการเช็ดๆให้สะอาด

แล้วตามด้วยผ้าแห้งเช็ดให้แห้ง ถ้าเป็นจุดที่ไกลออกไป ก็ต้องใช้ไม้ที่ต่อด้ามแล้วยืดๆตัวออกไปเช็ด

ทั้งเช็ดน้ำและเช็ดแห้ง ซึ่งแน่นอน ของที่ด้ามยาวๆ moment ย่อมเยอะ และนำมาซึ่งความเมื่อยแบบสุดๆ

กลับมาใสปิ๊ง ขาวน่ารัก เหมือนเดิม

 

การเช็ดแต่ละครั้งก็กินพื้นที่แนวยาวประมาณ 8 เมตรครับ เรือเหาะตัวนี้ยาว 34 เมตร พอเช็ดเสร็จจุดนึง

ก็ลากๆบันไดเช็ดต่อกันไป  วันนึงเช็ดได้ 1 ด้าน(ซ้าย/ขวา) จะครบทั้งลูกก็กินไป 2 วัน รวมกับการเก็บ

รอยที่น้ำย้อยลงมาใต้ท้องตัวบอลลูน ก็เท่ากับเสียเวลาไปร่วม 3 วัน ดังนั้น จะล้างแต่ละที ต้องแน่ใจ

ว่าคุ้มค่าที่เสียไปทั้งน้ำและเวลาครับ