Categories

My-life

เมื่อลมหนาวมาเยือน

posted on 22 Oct 2007 11:11 by ari05  in My-life

วันนี้เริ่มรู้สึกได้ว่าลมที่พัดผ่านมาสัมผัสร่างกาย เริ่มเป็นลมของฤดูหนาวแล้ว รู้สึกเย็นสบายดีจัง

และมันจะดีมาก หากเช้านี้ไม่เจอเรื่องแย่ๆ

 

เรื่องแรกเป็นความโง่ของตัวเอง หลังจากที่พี่ป๊อบ(รุ่นพี่ที่ทำงาน)โทรมาบอกด้วยความหวังดีว่า

ถนนประชาชื่น-นนทบุรี อันเป็นเส้นทางที่ผมใช้ไปทำงานประจำนั้น มีรถทัวร์จอดเสียขวางถนนอยู่

ทำให้รถติดมาก ให้อ้อมมาทางแจ้งวัฒนะแทน

ดังนั้นผมจึงเปลี่ยนเส้นทาง จากที่จะข้ามสะพานแยกวิภาฯ มาวิ่งถนนวิภาฯแทน แต่หลังจากกลับรถ

จะมุ่งหน้าเข้าหลักสี่ ก็ให้มีอะไรมาดลใจให้ตามป้ายที่บอกทางไป แคราย แทน

สรุปว่าวิ่งวนไปตั้งนาน กลับมาตีนสะพานข้ามแยกวิภาฯเหมือนเดิม และก็ต้องไปวิ่งเส้นประชาชื่น

เหมือนเดิม(เนื่องจากถ้าจะกลับรถไปเข้าแจ้งวัฒนะก็ไกลอีก)

สรุป ไปทำงานสาย 20 นาที ยังดี ที่งานน้อยอยู่ละ

 

เรื่องเซ็งที่ 2 คือเมื่อมาถึงโรงเก็บศาลายา ผมก็เริ่มงาน print พยากรณ์อากาศอันเป็นงานประจำ แต่จู่ๆก็มีเสียง

พรึ่บ คอมดับ ขอบคุณมาก ไฟจะดับก็ไม่รีบดับ ดันมาดับตอนสั่ง print งานไปแล้ว

คิดกับตัวเองเพื่อให้หายเซ็งว่า ช่างมันเถอะ ไม่ได้ออกค่าหมึกเอง 55+

==========================================

ที่นี่(ศาลายา)เมื่อเข้าหน้าหนา่วแล้ว ลมก็เริ่มพัดเข้ามาเหมือนกัน ดังนั้นท่าทางว่าเรือเหาะจะออกไปบิน

ช่วงเช้าไม่ได้แน่ๆ ต่อไปจะเกิดปัญหามั้ยเนี่ย เมื่อต้องบินทำการค้า คิดแล้วก็น่าห่วงแฮะ

 

หลังจากบ่นแล้ว ก็ลงรูปอีกตามฟอร์ม

สนามบินพร้อมแล้ว เหลือแต่รองาน

ขณะจอดในโรงเก็บ ต้องเสียบแบตเตอรี่ เพื่อเปิดระบบรักษาสมดุลฮีเลียม - อากาศ

อันว่า ภายในตัวบอลลูนใหญ่ๆนั้น ไม่ได้มีแต่ฮีเลียมเท่านั้น แต่ต้องมีถุงลมซ้อน เพื่อใส่อากาศ

เข้าไปด้วย อาจจะสงสัยว่าเพื่ออะไร ก็เพื่อหน่วงตัวเรือเหาะให้หนักขึ้น เวลาต้องการลดระดับเพดานบิน

นั่นเอง(หลักการเดียวกับเรือดำน้ำ) โดยดูดลมเข้าไปโดยใช้พัดลม และปล่อยออกผ่านทางวาล์วปากกลมๆ

ถ้าคิดไม่ออก ให้นึกถึงปากท่อระบายน้ำเล็กๆละกัน

ภายใน cabin ใช้จอยสติ๊กบังคับแพนหาง ยังกะพวก airbus เลย(แต่ห่วยกว่ามาก)

สังเกตคันบังคับสีเหลืองๆ เป็นคันเร่งมือ เอาไว้เบา-เร่ง ความเร็วรอบเครื่องยนต์

ซึ่งจริงๆมันจะต้องสามารถปรับแรงหนืดได้ แต่ด้วยความห่วยของมัน ทำให้มันไม่ค่อย

จะหนืดแล้ว เวลาเร่งๆไปแล้ว ถ้าปล่อยมือ มันจะลดความเร็วลงโดยอัตโนมัติ ทำให้

เวลาทดสอบเครื่องแล้วผมต้องการ maintain ความเร็วรอบเครื่องยนต์ จะต้องจับมันเอาไว้

ซึ่งที่บางตำแหน่งนั้น มันเมื่อยมากจริงๆพับผ่า

basic instrument เหมือนเครื่องบินทั่วไป ซ้ายบนเป็นความเร็ว(ตอนถ่ายน่ะ จอดอยู่นะครับ

แต่ยังไม่ได้ cal เครื่องมือให้ชี้ 0) ขวาบนวัดความเร็วแนวดิ่ง(วัดว่าเราเพิ่ม-ลด เพดานบินด้วย

ความเร็วเท่าไหร่) อันล่าง วัดความสูง ทั้งหมดใช้หน่วย metric ครับ (สูงเป็น เมตร เร็วเป็น กิโลเมตรต่อวินาที)

 

ว่าแต่บอกว่าสบายอยู่แหม่บๆ เขียนเสร็จปุ๊บ อากาศร้อนเลยแฮะ

เกาะกระแสงานหนังสือฯ

posted on 21 Oct 2007 10:51 by ari05  in My-life

เมื่อวานได้มีโอกาสไปงานหนังสือฯซะที โดยปีนี้น่าจะเป็นปีแรกที่ได้ไปงานวันเดียว

เนื่องจากท่านแม่บอกว่า ไม่อยากไปเสียเงิน โดยปีนี้มีคนที่ผมรัก + 1 เพื่อนซี้ไปลุยงานด้วยกัน

 

บรรยากาศด้านนอกค่อนข้างจะเงียบเหงากว่างานเมื่อต้นปี เนื่องจากไม่ได้ควบงานหนังสือนานาชาติ

เข้าไปด้วย แถมตอนไปถึง ฟ้าก็สลัวแล้ว เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาซักรูป เอาว่า ไปดูในงานเลยละกัน

 

เริ่มด้วยเดินเข้าไปใน hall ใหญ่้ เพราะชอบเดินในที่กว้างๆก่อน บูธโดยรวมก็เหมือนปีที่ผ่านๆมา จะต่าง

กับงานเมื่อต้นปี ก็คืออย่างที่บอกไปแล้วว่าไม่ได้พ่วงงานหนังสือนานาชาติเข้ามา ดังนั้นบูธที่เป็นหนังสือ

ต่างชาติเลยหายไป เหลือแต่ของไทย ซึ่งก็ทำให้คนเดินกันทั่วๆดี (งานต้นปี ช่วงบูธที่มาจากต่างประเทศ
จะโหรงเหรงมาก )

 

บรรดาบูธใหญ่ๆ ยังมาร่วมงานกันครบ คนเพียบเหมือนเดิม

คนที่มาด้วยกับผมก็เดินดูไปเรื่อย ส่วนผมก็ถ่ายบรรยากาศงานมากกว่า เพราะรู้สึกว่าความสนใจ

ในการอ่านจะลดลง แถมมองๆไปไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า หนังสือสมัยนี้ มีแต่อะไรที่ ไม่น่าอ่านเท่าไหร่

(ส่วนตัวก็ไม่ค่อยอ่านนิยายอยู่ละ) ไอ้ที่หนักก็หนักไป ไอ้ที่ไร้สาระก็ไร้สาระเกินไป เอ หรือว่าเพราะเราจะอยู่ในช่วง

อายุที่จะโตก็ไม่โต จะเด็กก็ไม่เด็กหรือเปล่าเนี่ย อ่ะๆ ดูรูปต่อ ย้ายกันไป hall ย่อยบ้าง

ทางเ้ข้าสวยเชียว

บูธนี้ชอบเป็นพิเศษ

talking dict ที่มาทุกงาน

หมากรุกนี้ เจ๋ง แต่เวลาเล่น น่าจะงงๆอยู่นะ ตัวไหนเป็นตัวไหน

ปีนี้ วิบูลย์กิจมาด้วย!!

บูธนี้โปสการ์ดสวยๆเยอะเหมือนกัน

หมดนี่ เล่มละ 100!!

นอกนั้นก็ไม่ได้ถ่ายอะไรมามาก เพราะส่วนที่เป็นบูธย่อยไม่ค่อยได้แต่งกันสวยมาก อีกทั้งก็คล้ายๆ

ของปีก่อนๆ ใครที่เคยไปก็คงรู้ๆอยู่ แถมตำแหน่งก็เหมือนๆเดิม เรียกว่า ใครไปบ่อย ก็เดากันได้

ว่าสนพ.ไหน อยู่ตรงไหน

หลังจากเดินเมื่อยกันได้ที่ อีกทั้งมีประกาศไล่ว่างานจะปิดแล้ว ก็เลยย้ายกันไปหาของกินที่ Central ลาดพร้าว

ซึ่งทำให้ผมเพิ่งรู้ว่าด้านหลังมันปรับปรุงไปมาก เรียกว่า ต่อไปน่าจะเดินง่ายขึ้นละ(หรือจะยากขึ้น เพราะคนเยอะหว่า)

ุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด เป็นธรรมเนียมที่ต้องโชว์หนังสือที่ได้มากันหน่อย

เริ่มจากของคนที่ผมรัก คนนี้บอกว่า ไม่ได้อยากไปเดินงานเลยนะเนี่ย แค่ตามๆไปด้วย

หมดไปเกือบพัน 555+

ของเ้จ้าเพื่อนรัก รู้สึกมีแต่สาระนะเนี่ย 55+

ของกระผมเอง ซึ่งเป็นคนชวนทุกคนไป หมดไป 44 บาทถ้วน

 

ปิดท้าย ขอให้เพื่ิอนๆที่รักการอ่านทุกคน อย่าพลาดงานนี้ละกันคับ ไม่้งั้นรอไปอีกหลายเดือนนะ หุหุ

แต่เวลาไปก็ระวังเงินในกระเป๋าให้ดีล่ะ อาจละลายได้ไม่รู้ตัว อิิอิ

กลับมาเขียนอีกครั้ง

posted on 19 Oct 2007 12:53 by ari05  in My-life

เนื่องด้วยพุธที่ผ่านมา ได้ไปร่วมงานเปิดตัว exteen ver. ใหม่ ของเพื่อนต่ายสุด love เลยมีแรงบันดาลใจ

มาเขียน blog ใหม่อีกครั้ง ว่าด้วยการบ่นชีวิตประจำวัน รวมถึงงานที่ค่อนข้างประหลาดกว่าชาวบ้าน

(ดูซิ คราวนี้จะได้ซักกี่น้ำ)

 

เริ่มด้วยการอธิบายถึงงานที่ทำดีกว่า นั่นคือการเป็นช่างเรือเหาะ ทีนี้หลายคนอาจสงสัยว่าเรือเหาะคืออะไร

อ่ะ พาไปดูคร่าวๆดีกว่า

รูปร่างก็อย่างที่เห็น คือคล้ายๆบอลลูนขนาดใหญ่ แต่ต่างกันที่ข้างล่างจะมีที่นั่ง

และเครื่องยนต์ที่ใช้ในการบังคับทิศทางที่จะไป โดยนั่งได้ 2 คน และใช้ helium ในการลอยตัว

 

ส่วนโรงเก็บ หรือ hangar ของเรา ก็อยู่ใน Kantana movie town ศาลายา ห่างจากมหิดลมา

10 กม.(เท่านั้น??) ในรูปเป็นตอนสร้างยังไม่เสร็จ แต่ปัจจุบันสวยกว่าในรูปนิดนึง 55

ซึ่งงานในช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรมากไปกว่าการ start เครื่อง เพื่อเตรียมพร้อมบินวันละประมาณ 15 นาที

เอาไว้วันหลังคงได้เขีัยนถึง ส่วนวันนี้ไปก่อนละ ร้อนมากมาย

edit @ 19 Oct 2007 13:48:43 by @ri