โชว์กระทงในงานลอยกระทงที่ exteen ซะหน่อย
posted on 23 Nov 2007 11:59 by ari05 in My-lifeพรุ่งนี้คงไม่ได้อยู่หน้าจอ ถือโอกาสลอยล่วงหน้า่ที่นี่ตั้งแต่วันนี้เลย หุหุ
สุขสันต์วันลอยกระทงทุกท่านครับ
พรุ่งนี้คงไม่ได้อยู่หน้าจอ ถือโอกาสลอยล่วงหน้า่ที่นี่ตั้งแต่วันนี้เลย หุหุ
สุขสันต์วันลอยกระทงทุกท่านครับ
วันนี้ลัดเอาเรื่องนี้มาเขียน เกาะกระแสซะก่อน จริงๆก็จะพ้นวันที่ 31 แล้วล่ะ หุหุ
อันว่าวันนี้หลายๆคนที่เรียกว่า อยู่ในกระแสสังคมเมือง คงรับรู้ได้ว่าวันนี้ นอกจากจะเป็นวันเงินเดือนออก
เอ๊ย วันสิ้นเดือนแล้ว ยังเป็นวันปล่อยผีของฝรั่ง หรือ Halloween day อีกด้วย
แล้วคนไทยไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ??
จริงๆก็ตามที่รู้กันอยู่แล้ว คนไทยเป็นชาติที่รักความสบายและความสนุกไม่แพ้ชาติใดในโลก(ดีใจดีมั้ย) ดังนั้น
นอกจากเทศกาลที่เคยมีมาแต่โบราณแล้ว หลังๆ(แต่ก็ก่อนผมเกิดล่ะมั้ง)ก็รับเอาเทศกาลของหลายๆชาติเข้ามา
เช่น วาเลนไทน์ (น่าจะเอา white day มาด้วยนะ 55) x-mas รวมไปถึง halloween
ไอ้วันวาเลนไทน์เีนี่ย ก็ยังพอรู้สึกดี เพราะเป็นวันที่ส่งเสริมให้คนให้ความรักแก่กัน ไม่ใช่แต่ในฐา่นะคู่รัก
แต่ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ญาติ คนรู้จัก เราก็มอบความรัก ความรู้สึกดีให้กันได้หมด ฉะนั้น จึงถือเป็นเทศกาลที่ดี
แต่ผมก็ไม่ได้เห่ออะไรกับเค้าด้วยหรอก เพราะโสดมาตลอดนี่ 55 (ส่วนเพื่อนหรือคนอื่นๆก็นะ รักกันวันอื่นก็ได้)
แต่กับ halloween นี่ มองไม่เห็นเหมือนกันว่าจะรับเข้ามาเพื่ออะไร แถมเชื่อได้ว่าน้อยคนมากๆที่จะรู้ทีมา
รวมถึงวัตถุประสงค์ของวันนี้(ผมเองก็ไม่รู้ เพราะไม่สนใจ) นอกจากรับรู้ได้ถึงกระแสว่า halloweenๆ ปล่อยผีๆ
อะไรทำนองนั้น
แล้วกระแสที่ว่า เกิดขึ้นได้ยังไง ซึ่งเท่าที่ผมสังเกตได้ มันจะมาจากสถานที่ทีได้ผลประโยชน์ซะมากกว่า
โดยกระแสแรกที่ผมรับรู้ได้ เกิดขึ้นเืมื่อวันเสาร์ ที่ผมไปเดินห้างฯเล่นกับคนที่ผมรัก แล้วก็ผมว่า มีกระแส
halloween ล่วงหน้ากันบ้าง ประปราย
บรรดาสินค้าต้อนรับ halloween ซึ่งน่าจะขายได้แค่ช่วงเดียวในแต่ละปี
ต่อมาอีกกระแสที่รับรู้ได้จากคนใกล้ตัว คือ การไปเที่ยวกลางคืน คือทั้งๆที่วันนี้เป็นช่วงกลา่งสัปดาห์
ซึ่งน้อยคนจะเที่ยวกัน(ถ้าไม่ว่างงานจริงๆ) แต่พอเป็นวันนี้ก็จะไปไหนกันมั้ย? หรือ ไปปล่อยผีที่ไหน?
อะไรทำนองนั้น และพวกผับ บาร์ ก็จะมีกิจกรรมหรือโปรโมชั่นต่างๆต้อนรับวันนี้กัน
สรุปคือวันนี้เป็นเหมือนวันกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในทางอ้อมอยู่เหมือนกัน แต่ก็คงไม่ได้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในวงกว้าง และคนที่ได้ผลประโยชน์ก็จับกลุ่มอยู่ไม่กี่แห่ง
และคงคล้ายๆกับวาเลนไทน์ ที่สำหรับคนเหล่านั้นก็คงไม่ได้มองเห็นความสำคัญมากไปกว่าเป็นวันกุหลาบแพงแห่งชาติ
=============================================
งานรณรงค์เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ youth olympic games 2010 ที่มีพร้อมงานขายของ
halloween ข้างบน แต่ทำไมงานแบบนี้กลับเงียบกริบ??
ห่างหายจากการอัพไปหลายวัน เนื่องจากรู้สึกป่วยๆเป็นหวัด ปวดหัว ทำให้ร่างกายพลอยเหนื่อย หมดแรงไปด้วย
(ตอนนี้ก็ยังปวดหัวนิดๆมา 2-3 วันติด แถมถ้าต้องก้มตัวจะรู้สึกปวดเบ้าตาขวา เหมือนความดันไปกระจุกอยู่ตรงนั้น)
จริงๆเตรียมเรื่องเขียนไว้เกือบทุกวัน แต่เมื่อผ่านไปแล้วก็ขี้เกีัยจละ ตอนนี้เลยบ่นๆเรื่องใหม่ก่อน เดี๋ยวเย็นนี้ค่อย
เรียบเรียงเรื่องการทำงานของเมื่อวานที่เกิดเรื่องขึ้นมากมายพอควร
เริ่มจากวันนี้ เจอข่าวดี(ประชด)ขณะอ่านหนังสือพิมพ์ (ทั้งๆที่ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้อ่าน เนื่องจากเบื่อข่าวไร้สาระ
ของนสพ.ตลาด ครั้นจะไปอ่านนสพ.ที่มีสาระล้วนๆก็ไม่ไหวอีก) แถมเป็นเรื่องใกล้ตัวอีกแล้ว นั่นคือ น้ำมันเชื้อเพลิงจะขึ้นราคาอีก 40 สต.
ทำให้เบนซิน 91 ทะลุ 30 ไปแล้ว โอวไม่นึกไม่ฝันว่าวันหนึ่ง
จะต้องเติมน้ำมัน 1 ลิตร แพงกว่าข้าว 1 จานซะอีก!!
และแนวโน้มราคาจะยังทรงหรือขึ้นไปอีก เนื่องจากต้องใช้หนี้กองทุนน้ำมัน ซึ่งเมื่อก่อนใช้ตรึงราคาไปซะอ่วม
ถ้าจะบอกว่า จะบ่นทำไม ถ้าไม่อยากเิติมก็ขึ้นรถเมล์เอา ก็จะบอกว่า ชีวิตผมมันรักสบา่ยไปซะละ การขับรถเอง
เนี่ย มันเป็นอิสระอย่างที่สุด จะไปไหน เวลาไหน ก็ไม่ต้องห่วงว่ารถเมล์จะหมด หรือว่าบางที่ที่จะเข้าไป มันก็
ไม่มีรถเมล์ผ่าน ซึ่งถ้าจะไปเอง ต้องต่อรถเมล์ 2 ต่อ + มอไซด์ เทียบกับการขับไปเอง ไม่ต้องเสี่ยงชีวิต
โหนรถเมล์+ซ้อนมอไซด์แล้ว ผมขอจ่ายแพงกว่าดีกว่า
เรื่องที่ 2 เนื่องจากอีก 2 วันที่จอดรถประจำที่รพ.ศิริราชก็จะปิดตัวเพื่อปรับปรุึงพื้นผิว(ซึ่งผมก็บ่นกับคนที่ผมรัก
อยู่บ่ิอยๆว่าเมื่อไหร่มันจะปรับพื้นซะทีั) เพราะที่ผ่านมา พื้นมันเละมาก ยิ่งถ้าฝนตกที เละซะแทบไม่้อยากเอารถ
ไปจอดครับ สงสารคนล้าง(แว่วๆว่าผมล้างรถเองซะด้วย
) แต่เมื่อมันจะปิด ก็แปลว่า ต่อไปมันจะไม่มีที่เอา
รถไปแช่ได้นานๆอีกแล้วอ่ะจิเนี่ย โอย เซ็ง
ถึงตอนนั้นก็ต้องหาลู่ทางหาที่จอดอีก ทุกวันนี้เวลาขับไปทำงาน ก็ต้องเอาไปจอดหน้าบ้านคนอื่น เป็นผีไม่มีโลง
อยู่แล้ว นี่ต่อไปอาจจะต้องลำบากขึ้นอีกนิดอีก ถ้าจะต้องไปจอดในที่ที่เสียเงิน ก็เท่ากับค่าใช้จ่ายแฝงเพิ่มขึ้นอีก
บางทีการพยายามหางานในบ.น้ำมัน อาจจะง่ายกว่าภาวนาให้ราคามันลดลงในระดับที่เรียกได้ว่า ไม่แพง
คะแนนไม่ได้ดีเด่อะไรเล้ย แต่ก็ถือว่าโอเค เมื่อเทียบกับเวลาในการเตรียมตัวที่มีอยู่น้อยนิด
พร้อมกันนี้ก็ขอขอบคุณพี่ยอด ที่ให้ยืมหนังสือนะครับ แม้จะไม่ได้ทำงานด้วยกันแล้ว แต่มิตรภาพ
ก็ไม่เสื่อมคลายไปตามเวลา ซึ้งใจจริงๆ
Listening ได้เยอะกว่าที่คิด ตอนทำ มั่วไปเพียบ
Reading เพราะนอนก่อนสอบไปน้อย passage สุดท้ายอ่านแล้วหลับ
ตื่นมาจะกา เค้าบอกหมดเวลาพอดี ต้องกามั่วให้ครบไป
Writing น่าจะได้ซัก 20 นะ ก็ถือว่าไม่แย่มาก
รอก่อนนะ MIS มีเงินแล้วจะรีับไปสมัครน๊าาา
(แต่อีกนาน กว่าจะได้เรียน 55)
เนื่องจากวันนี้ไม่ได้ทำงาน และช่วงนี้ขับรถเยอะ เลยจับเรื่องนี้มาบ่นเล่นดีกว่า
เริ่มจากเรื่องที่น่าบ่นมาก นั่นก็คือ ขณะเติมน้ำมันตอนเช้า ก็พบว่า ราึคามันขึ้นไปอีก step แล้ว
โอว แม่เจ้า 91 ราคาแตะ 30/ลิตรแล้วหรอเนี่ย
ก็ต้องกล้ำกลืนเติมต่อไป จะจอดรถไว้บ้าน
ก็ไม่มีการคมนาคมที่ดีพออีก เฮ้อ
เรื่องต่อมา ว่าด้วยการเดินทาง เนื่องจากเมื่อก่อน เป็นคนนั่งรถอย่่างเดียว ถนนหนทางก็ไม่เคยคิดจะจำ
พอต้องมาขับเอง ก็เลยมีเพื่อนสนิทที่ชื่อว่า หลง โดยไม่ได้ตั้งใจ
เรื่องว่าหลงจนเบื่อ พลางโทษไปว่าถนนหนทางในกทม.นี่มันช่างน่างงซะจริง บางทีกางแผนที่แล้วยังหลง
เนื่องจากมันมีถนนก็จริง แต่มันไม่ให้วิ่ง
ทั้งวันเวย์บ้าง ทั้งปิดซ่อม บางทีก็ไม่ให้วิ่งมันซะดื้อๆ
ฉะนั้นบางครั้งเวลาไปในที่ไม่คุ้น ก็ต้องหลงซะ เสียค่าน้ำมันเป็นค่าโง่ไป บางทางไปบ่อยๆก็ยังงงได้
ยกตัวอย่างเช่นสิ่งที่จะเขียนในวันนี้ นั่นคือ ด้วยโชคชะตาพาให้ต้องขับรถจากบ้านไปยังรพ.ศิริราชบ่อยๆ
(และคงจะเป็นแบบนี้ไปอีกหลายปี) ไอ้ชีวิตเราที่ผ่านมา ก็วิ่งวนๆแต่แถวบ้าน ไปสยามได้ก็โคตรเก่งละ
คราวนี้ต้องข้ามแม่น้ำ ข้ามฝั่งกทม.กันเลย เรีัยกว่า ไกลทีเดียว
ไปครั้งแรกๆก็ประเดิม หลงไปตามระเบียบ จะกลับลาดพร้าว เล่นไปโผล่คลองประปาแถวประชาชื่นเฉย
ครั้งต่อๆมาก็หลงไปบางซื่อบ้าง จนครั้งที่ 3 ก็กลับได้อย่างสวัสดิภาพ
แต่ขาไปนี่ยากกว่า เพราะไม่ชินถนนแถวกลางเมืองอย่างยิ่ง วิ่งวนไปวนมา เรียกว่า ต้องไปถึงกว่า 5 ครั้ง
จึงจะวิ่งรถได้ตามแผนที่วางไว้
ทางที่ใช้ในปัจจุบัน
จะตั้งต้นจากถ.ลาดพร้าว วิ่งเข้ารัชดา เลี้ยวขวาแยกพระราม9 ตรงไปนิด ซ้ายเข้าสะพานที่ไปลงแถวๆรพ.พญาไท1
กลับรถบนสะพาน วิ่งลงแถวรพ.พญาไท1 ข้ามสะพานข้ามแยก เพื่อเข้าถ.ศรีอยุธยา ตรงยาวๆไปจนถึง
ถ.ราชดำเนินนอก ก็เลี้ยวซ้ายเข้าถ.นั้นซะ จากนั้นตรงยาวไปอีก ถึงแยกตัดเข้าถ.วิสุทธิ์กษัตริย์ ก็เข้าถ.นั้น
แล้วขึ้นสะำพานพระราม8 ไปเลย จากนั้นก็ตามป้ายบอกทาง ศิริราช ไปเรื่อยๆ ลงสะพานนั้น แล้วข้ามสะำพาน
อรุณอมรินทร์เพื่อซ้ายเข้าทางหลังรพ.ก็จะเจอที่จอดรถละ
ขากลับก็เช่นกัน ต่างตรงที่ พอลงสะพานพระราม8แล้ว จะเลี้ยวซ้ายเข้าถ.ราชสิมา(ถ้าจำไม่ผิด) จากนั้น
ก็เลี้ยวขวาเข้าถ.ศรีอยุธยาได้เลย แล้ว follow กลับทางเดิม
ที่เขียนเล่ามายืดยาว ก็เพื่อจะถามผู้ที่เข้ามาอ่าน เผื่อจะชำนาญทางแถวนั้น ว่ามันมีทางไหนที่สั้นกว่านั้น
และรถติดไม่มากมั้ยคับ ถ้ามีก็ comment ไว้เลย ก็ขอบคุณมากๆ
=======================================
แถมอีกเรื่อง เนื่องจาก วิ่งรถทางนั้นกลับกับเจ้าเพื่อนรัก เลยได้คุยกันว่า เออ ถนนในกทม.นี่ วิ่งไปได้ทั่วไทยเลย
เพราะว่า มีถนนที่ใช้ชื่อเป็นจังหวัดต่างๆอยู่เพียบ ฮา
เลยคิดรวบรวมเล่นๆมาซะเลย ได้รายชื่อดังนี้
พิษณุโลก (บ้านเกิดผม)
สุโขทัย
(พระนคร)ศรีอยุธยา
นครราชสีมา
เพชรบุรี
กำแพงเพชร
edit เพิ่ม
นครสวรรค์
นครปฐม
นราธิวาส(ราชนครินทร์) credit เ้จ้าเพื่อนรัก หุหุ
นึกออกแค่นี้แฮะ ใครคิดออกเพิ่ม ลงไว้ใน comment ได้เลย ตอนนี้ ขอตัวไปกินข้าวก่อนล่ะคับ หุหุ
เอ้อ ก่อนไป ลงรูปแถมดีกว่า เป็นบรรยากาศ การเ้ฝ้าติดตามอาการประชวรขององค์พระบาทสมเด็จพระเ้จ้าอยู่หัว
ของเหล่าพสกนิกร ด้านหน้าศาลา 100 ปีศิริราช และใต้ตึกเฉลิมพระเกียรติ ฮะ