Categories

Airship

เนื่องจากช่วงนี้ว่างจากงานบิน เลยมาเขียนถึงเรื่องทั่วไปกันบ้างครับ เผื่อมีคนสนใจ

 

เรื่องจะเสนอในวันนี้ คือเรื่องของระบบขับเคลื่อนนั่นเอง เนื่องจาก airship มีความแตกต่างจากบอลลูน

นั่นคือมันสามารถบังคับทิศทางรวมทั้งความเร็วได้ เนื่องจากมีระบบควบคุมผ่านเครื่องยนต์ และ flight control ต่างๆ

วันนี้พูดถึงพลังขับเคลื่อน หรือ เครื่องยนต์ กันแบบคร่าวๆละกันครับ

 

หลายๆคนอาจจะสงสัยว่ามันใช้เครื่องยนต์แบบไหนบินกัน เพื่อนผมบางคนนึกว่าต้องใช้เครี่ืองยนต์พิเศษ

อะไรทำนองนั้น จริงๆแล้ว เครื่องยนต์ของมัน เป็นเครื่องยนต์ลูกสูบ 4 สูบ 4 จังหวะ ที่ใช้ในเครื่องบินเล็ก

นี่แหละครับ เรียกว่าโดยหลักการแทบไม่ต่างไปจากเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่เราๆใช้กันอยู่ เพียงแต่เครื่องยนต์

ของอากาศยานจะต้องทนการใช้รอบสูงได้นานๆ มีระบบปั่นไฟของตัวเอง

รวมทั้งต้องมีการระบายความร้อนที่ดีซะหน่อยด้วย

จากรูป จะเห็นเครื่องยนต์อยู่ด้านล่างนะครับ เป็นสูบนอนพันธุ์เดียวกับ Subaru Impreza ที่เห็นด้านบนดำๆ

เป็น generator หรือตัวปั่นไฟระบบ 27V สายพานด้านล่างที่แยกซ้ายขวา จะแยกไปขับใบพัด ซึ่งจะพูดถึง

คราวหลัง

ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นควา่มต่างจากเครื่องยนต์รถยนต์อีกอย่าง นั่นคือ 1 กระบอกสูบ จะมี 2 หัวเทียนครับ

ซึ่งเป็น safety factor ของอากาศยาน ซึ่งมักต้องมีของสำรองเสมอ(เช่น ปั๊มต่างๆต้องมี 2 ตัว หรือใน

เครื่องบินโดยสาร ถ้ามี 2 เครื่องยนต์ ก็แปลว่าต้องบินได้ด้วยเครื่องยนต์เดียว ในเวลาจำกัีด หรือมี 4 เครื่อง

ก็ต้องบินได้ด้วย 2 เครื่อง เป็นต้น) กระบอกด้านบนไว้ใส่น้ำยาหล่อเย็น โดยระบบระบายความร้อนของเครื่องนี้

จะมี 2 อย่างคือใช้น้ำยาหล่อเย็นและอากาศด้วย เรียกว่า air-liquid cooling system

ถังสีเงินด้านล่าง เป็นกระบอกใส่น้ำมันเครื่องครับ โดยจะส่งไปเลี้ยงลูกสูบ ระบายความร้อนบริเวณ

ฐานกงใบพัด และวนกลับในระบบ

 

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือเชื้อเพลิง ซึงเชื้อเพลิงที่ใช้ก็หาทั่วๆไป นั่นคือ gasoline95 หรือบ้านเราเรียกว่า

เบนซิน ออกเทน 95 นั่นเอง

คอเติมน้ำมัน ที่ฝาถังจะเป็นร่อง เพื่อให้แผ่น safety เล็กๆด้านบนขัดฝาเอาไว้ ไม่ให้หมุนออกโดยไม่ตั้งใจ

ในถังน้ำมันนี้ จะจุ 75+16 ลิตร(safety 16 ลิตร ส่วนนี้ห้ามใช้เนื่องจากถ้าน้ำมันน้อยกว่านี้ เวลา airship เอียง

เมื่อทำการเลี้ยว น้ำมันอาจจะไม่ feed เข้าเครื่องยนต์ได้ แล้วมันจะดับครับ) ซึ่งอัตราการบริโภคเท่าที่เฉลี่ยดู

อยู่ที่ชั่วโมงละ 11 ลิตรครับ บินได้ประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนะ

 

คร่าวๆเกี่ยวกับเครื่องยนต์ก็มีแค่นี้ ไว้ว่างๆจะมาเขียนถึงระบบอื่นๆต่อไปครับ 

วันนี้ตื่นมา ได้รับเมล์จากพี่ปู เลขาฯสุดสวยประจำ office อิอิ ว่าข่าวเรือเหาะที่บินเมื่อวันที่ 2 ได้ลง

เป็นสกู๊ปข่าวทางช่อง 7 ไปเรียบร้อย และสามารถภาพย้อนหลังได้ทาง internet เลยเอาฝากกัน

สำหรับผู้ที่สนใจครับ

คลิ๊กเพื่อเข้าชมข่าวย้อนหลัง

 

edit เพิ่มหลังได้อ่านเนื้อข่าว

"ใช้ก๊าซฮีเลี่ยมเป็นเชื้อเพลิง เพราะมีคุณสมบัติเบากว่าอากาศ และไม่ติดไฟ"

ตรงนี้มั่วนะครับ ฮีเลียมเป็นก๊าซลอยตัวภายในบอลลูนครับ ส่วนเชื้อเพลิงใช้น้ำมันเบนซินนี่แหละ

(ว่างๆจะเขียนถึง) ก็งงๆกับเค้าว่า ถ้าไม่ติดไฟ มันจะเป็นเชื้อเพลิงได้ยังไง(ฟะ)

อีกเรื่องคือยศของท่านประธานฯนี่ เป็น พลโท แล้วนะครับ ในข่าวลง พันโท ลดยศซะวูบเลย

หลังจากพลาดงานบินมาหลายงาน คราวนี้ได้บินจริงซะที กับงานบันทึกภาพพิธีซ้อมขบวนเรือพยุหยาตรา

ทางชลมารค ซึ่งเป็นพิธีซ้อมใหญ่วันสุดท้าย ก่อนงานจริงที่จะมีในวันที่ 5 พ.ย.นี้

ก่อนจะออกงานใหญ่แบบนี้เป็นครั้งแรก เราเลยมีพิธีบวงสรวงและทำบุญกันหน่อย เรียกว่าควบรวมทั้งพุทธและ

พราหมณในคราวเดียวกัน ซึ่งงานที่มีในช่วงเช้า ทำเอาต้องแหกตาตื่นตั้งกะตี 5

 


โต๊ะวางของบวงสรวงและโต๊ะหมู่บูชา โดยมีการเชิญโหรหลวงมาเลยทีเดียว

หลังจากเข้าร่วมพิธีแบบหลับๆตื่นๆ ก็ได้เวลาออกไป survey flight กันก่อน โดยวันนี้ผมได้อยู่กับทีมติดตาม

ภาคพื้น ซึ่งต้องใช้รถตาม monitor เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะต้องรีบเข้าช่วยเหลือทันที เรียกว่าเป็นพวกม้าเร็ว ว่างั้น

(โดยมีอีก 2 ทีม คือทีมรับ-ส่งเครื่องที่โรงเก็บและทีมสังเกตการณ์จะไปประจำที่ท่าวาสุกรี

และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า) 

หลังเครื่องทำการสตาร์ทและ take-off (T/O) เสร็จ ทีมผมก็ต้องรีบโดดขึ้นรถ แล้วซิ่งราวกับตีนผีเข้าสิง เพราะ

อย่างที่รู้ๆครับ เดินทางทางพื้นช้ากว่าทางอากาศแน่ๆ   ซึ่งการจราจรก็ไม่ค่อยเป็นใจ ทำให้ต้องซิ่งกันหนัก

เข้าไปอีก ในตอนนั้นแทนที่ใจผมจะภาวนาให้ airship บินอย่างปลอดภัย ผมกลับคิดว่า ขอให้ชีวิตผมรอดไป

อย่างปลอดภัยจะดีกว่า เพราะรู้สึกจะเสี่ยงกว่าอยู่บนฟ้าตั้งเยอะ

เอาล่ะ หลังจากซิ่งลืมโลกกันมา ก็มาทันกันที่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า พวกเราก็ขึ้นไปบนสะพาน เพื่อมอง

หากันยกใหญ่ ซึ่งก็พบว่ากำลังบินอยู่บริเวณเหนือม.ธรรมศาสตร์พอดี ซึ่งพอดีตอนนั้นผมต้องถ่าย VDO ให้บ.

ไปด้วย โทรหาคนที่ผมรักให้ออกมาดูพอดีไปด้วย(แต่เจ้าตัวดันไมเห็นซะงั้น อิอิ) กว่าจะคว้ากล้องตัวเองมาถ่าย

ก็ไปลิบๆละ แทบมองในภาพไม่เห็น

 รูปบนถ้าสังเกตดีๆจะเห็นเรือเหาะเป็นเม็ดเล็กๆอยู่

ภาพล่างเป็นทีมงานสุดหล่อของเรา 55 

จากนั้นก็ตีกลับโรงเก็บศาลายา เพื่อ service เครื่อง และำำกินข้าวพักผ่อน รอบินจริงอีกรอบกันไป

 

รอบบ่าย ก็เหมือนๆตอนเช้า แตกต่างกันแค่คราวนี้เราไปไม่ทันอย่างน่าเกลียด เพราะการจราจรช่วงเย็น

มันแย่กว่าช่วงเที่ยงมาก ทำให้กว่าจะไปถึง airship ก็วนมา้เป็นรอบที่ 2 ละ รอบแรกเราไม่ทันดู แต่ทีม

สังเกตการณ์ก็รายงานให้เรารู้สถานะอยู่ตลอดอยู่แล้ว 

อีกประการคือ คราวนี้เราขึ้นสะพานไม่ได้แล้ว ต้องไปยืนดูที่ริมน้ำแทน

ซึ่งคนก็ไปรอชมขบวนเรือฯกันเยอะพอควรเลยทีเดียว กล้องผมก็ถ่ายมาได้นิดหน่อยเหมือนเดิม เพราะต้อง

ถ่าย VDO อีก คราวนี้ airship บินต่ำเพื่อให้ช่างกล้องจาก UBC เก็บภาพได้เต็มที่ ใครที่ไปชมเรือตอนนั้น

แล้วมองขึ้นไปบ้าง น่าจะเห็นกันทั่วหน้านะครับ

ก็ถือว่าผ่านไปด้วยดีจนได้งานนี้ ส่วนงานจรืงไม่ได้บินนะครับ เพราะถือเป็นพระราชพิธี ห้ามอากาศยานเข้าใกล้

แล้วพบกันใหม่งานหน้า อิอิ อย่าลืมชมพิธีจริงด้วยนะครับ คาดว่ารวมการเฉพาะกิจน่าจะถ่ายนะ

วันนี้ได้มีโอกาสไปเยือนสำนักงานใหม่ของบ.วิทยุการบิน หรือ aerothai ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ซึ่งแยกตัวโดดออกมาอยู่ตรงข้ามอาคารผู้โดยสาร (pax terminal) ซึ่งเป็นหอบังคับการบินที่อยู่ landside

(นอกเขตปฏิบัติการบิน ขณะที่เขตปฏิบัติการบินเรียกว่า airside ถ้าให้ชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ ก็คือเขตที่เครื่องบิน

จอดๆกัน รวมไปถึง taxi way / runway นั่นแหละครับ แต่หลักจริงๆจะนับต่างออกไปนิดนึง)

ซึ่งจริงๆแล้ว ผิดหลักการสร้างสนามบิน จริงๆก็ผิดตั้งแต่หอบังคับการสูงสุดในโลกแล้วล่ะ

เนื่องจากเขตที่เข้าส่วนมากเป็น security zone เลยไม่มีรูปมาประกอบครับ เสียวโดนคุณยามเล่นงาน

ฟังแต่ภาคบรรยายละกันฮะ

 

สำนักงานของ aerothai จะอยู่สุดถนน ก่อนวนวงเวีัยนรถเพื่อตีรถออกจากสนามบิน ฝั่งตรงข้าม terminal

ก่อนเข้าก็รายงานตัวกับรปภ.แล้วก็เข้าไปหาที่จอดได้

ขอบ่นนิดนึง ตอนวนหาที่จอด ดันมีรถวิ่งย้อนศร แล้วผมต้องถอยหนีอีก เพราะทางผมถอยหนีจะสั้นกว่าให้เค้าถอย

ไอ้เราถอยทีไรได้รอยทุกที แถมคราวนี้ใช้รถบ.ด้วย เสียวได้แผลอีก เฮ้อ (แต่ก็ผ่านไปด้วยดีฮะ)

 

พอไปถึงประตูหัวหน้าผมก็จัดแจงแลกบัตร แล้วเ้ข้าไปในสนง.ก็ไปรอซักแป๊บ ก่อนขึ้นลิฟท์ไปชั้น 4

ซึ่งลิฟท์ที่นี่เป็นลิฟท์แก้ว ทำให้มองผ่านไปเห็นหอบังคับการบินได้ ก็ทำให้ดูสวยไปอีกแบบ

ใจคิดอยากขึ้นไปบนนั้นบ้าง หลังจากตอนเรียนมีโอกาสได้ไปทัศนศึกษาหอบังคับการที่ดอนเมืองละ

พอขึ้นไปก็เข้าไปใน office ของส่วนควบคุมการจราจรทางอากาศ ซึ่งจะมี section กั้นเป็นห้องประชุมเล็กๆอยู่

ในนั้นก็ติด chart ทางการบินไว้มากมาย ดูแล้วประทับใจ 55 รอซักแป๊บก็มีกาแฟมาเสิร์ฟ

แล้วก็รอเหล่าบรรดาบิ๊กๆของสายงานการควบคุมจราจรมาคุยถึงเรื่องเส้นทางบินที่บ.ทำไว้

รวมถึงเส้นทางที่จะับันทึกภาพขบวนพยุหยาตรา (อ้างถึง blog เดิม) ซึ่งคราวที่แล้วบินไม่ทัน

จึงต้องวางแผนการถ่้ายงานซ้อมครั้งสุดท้าย ที่จะมีพรุ่งนี้(2 พ.ย. ครับ)

ขณะที่ฟังผู้ใหญ่คุยงานกัน ความประทับใจที่ 2 ก็เกิดขึ้นครับ นั่นคือ กาแฟอร่อยมาก 55 ชงมาหวานมัน

กำลังดี สงสัยใช้ครีมดี หรือว่าใช้นมหว่า หุหุ 

การเจรจาผ่านไปด้วยดี ก็ได้เวลากลับ ซึ่งตอนออกผมก็แวะเข้าห้องน้ำ พอออกมา อ้าว หายไปไหนกันหมด

วนๆหาในชั้น แถมหลงๆอีก เพราะขาเดินเข้าก็เดินตามเค้า ไม่ได้ดูทางเล้ย วนไปวนมาซักพัก ก็หาลิฟท์ลง

จนได้ ที่แท้ เค้าลงมารอผมกันหมดละ เฮ้อ

ก็ผ่านไปอีกวันสำหรับการเตรียมบินครั้งใหม่ ใครที่อยู่แถวๆที่ขบวนเรือฯผ่าน รวมไปถึงรพ.ศิริราช อย่าลืมมองๆ

หาเรือเหาะนะ คราวนี้ไม่น่าพลาดแล้วล่ะ หุหุ 

วางแผนบิน

posted on 26 Oct 2007 21:41 by ari05  in Airship

เนื่องจากบ.มีแผนที่จะเข้าร่วมการถ่ายทอด ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

ในวันจันทร์หน้า ทำให้วันนี้ต้องเตรียมวางแผนการเดินทาง ทั้งทางรถ และทางฟ้า (ช่วงนี้เวลาบินเราต้องส่งคน

ติดตามเพื่อช่วยเหลือหากเกิดกรณีฉุกเฉินครับ) โดยเริ่มกันที่โรงเก็บศาลายา บินตรงไปถึงสะพานกรุงธนฯ

และล่องใต้ตามแม่น้ำลงมาจนถึงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน จากนั้นก็บินกลับศาลายา

 

ส่วนทางรถ ขาไปวิ่งเข้าถนนบรมราชชนนีบริเวณหน้าม.มหิดลศาลายา จากนั้นตีเข้าถ.นครอินทร์

ก่อนจะวิ่งไปเรื่อยๆ เพื่อบรรจบกับบรมราชชนนีอีกครั้ง แล้ววิ่งไปทางสถานีขนส่งสายใต้ใหม่เพื่อไปยัง

สะพานพระปิ่นเกล้่า แต่ไปไม่ถึงสะพานครับ เพราะจะตีรถไปจอดรอบริเวณรพ.ศิริราช(55 กลับถิ่นๆ)

ขากลับก็กลับทางเดิม แต่จะเปลี่ยนเป็นวิ่งบนบรมราชชนนีตลอดเส้นทางแทน

 

ดังนั้น ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ใครที่ได้ไปดูขบวนเรือ นอกจากจะดูเรือแล้ว อย่าลืมมองขึ้นไปบนฟ้านะครับ

อาจจะเห็นอะไรใหญ่้ๆลอยอยู่ก็ได้