Categories

ปกติผมไม่ใช่คนงมงาย หรือเชื่ออะไรง่ายๆ แต่ผมมีความเชื่อนึงในใจ

นั่นคือการที่คนเราจะได้มารู้จักกันนั้น ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มีอะไรบางอย่าง

นำพามาให้เจอกัน หรือจะบอกว่า คนเราถ้ามีชะตาให้ต้องมารู้จักกัน ยังไงซะ

ก็มีเรื่องมาให้รู้จักกันจนได้

 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้หยุดพักร้อนยาว จึงได้เดินทางไปเที่ยวจ.เชียงใหม่

ตามแผนการที่วางมาตั้งแต่ต้นปี โดยถือเป็นการกลับไปจ.นี้ ครั้งแรกในรอบ 5 ปี เนื่องจาก

มีเพื่อนคุณแม่มาตั้งรกรากที่นี่ เลยมีโอกาสได้ติดสอยห้อยตามคุณแม่มาเยี่ยมเพื่อนคนนี้

อยู่้เนืองๆ แต่ครั้งนี้เพิ่มเหตุผลมาอีกข้อ คือการกลับบ้านในช่วงปิดเทอมของคนที่ผมรักด้วย

ดังนั้น เลยถือโอกาสนี้ เป็นการเที่ยวตจว.ด้วยกันครั้งแรกไปด้วยเลย (ต่างคนต่างก็มีที่พัก

แถมมีรถให้ใช้อีก สบายไปเกินครึ่งแล้น)

 

ที่เล่ามาเป็นแค่การเกริ่นนำครับ เพราะเนื้อหาของหัวข้อ อยู่ในคืนที่ครอบครัวของคนที่ผมรัก

ได้มากินมื้อค่ำด้วยกันที่ร้านป้าผม ทำให้เหล่าผู้ใหญ่ได้มีโอกาสสนทนากัน ซึ่งเนื้อหาก็คงไม่พ้น

การเผา เอ๊ย การอวดความสามารถของลูกตัวเองตั้งแต่อดีตยันปัจจุบัน 55 ซึ่งข้อความช่วงหนึ่ง

ในการสนทนา ทำให้เกิดความสงสัยกันว่าลูกของป้าเค้า(ซึ่งเป็นน้องชายผม ตอนเด็กสมัยเค้ายังอยู่

กทม.ก็เคยมากิน นอน เล่นด้วยกันที่บ้านผม) กับคนที่ผมรักน่าจะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กสมัยที่เรียน

ดนตรีในร.ร.ดนตรีแห่งหนึ่งกลางเมืองเชียงใหม่

 

แต่ ณ ขณะนั้นก็ยังไม่มีใครสรุปได้ จนกระทั่งรอถึงวันที่ 7 ที่น้องผมกลับจากกทม. ไปที่บ้าน

แล้วก็ได้เจอหน้ากับคนที่ผมรัก น้องผมก็เลยบอกว่าจำได้ เพราะหน้าตาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก

แค่แก่ขึ้นเท่านั้น 55 (จริงๆอันนี้ผมพูดเอง ) ซึ่งเท่ากับว่า 9 ปีนับตั้งแต่การเรียนสมัยมัธยม

+ มหาวิทยา่ลัย ที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีัวิตของตัวเอง จนเมื่อไม่กี่วันก่อนจึงได้มา

"รู้จัก"กันอีกครั้งโดยมีผมเป็นตัวเชื่อม(เน้นว่า รู้จัุก ไม่้ใช่แค่เดินสวนกันกลา่งเมือง แ้ล้วต่างฝ่าย

ต่างก็ไม่รู้จักกันไป)

 

จะว่าโลกมันกลม หรือว่า 2 คนนี้มีชะตาที่ต้องให้มารู้จักกันดี?

 

ขอแถมตัวอย่างอีกคู่หนึ่งที่ผมได้ยินมาเมื่อปีที่แล้ว โดยเมื่อต้นปีที่แล้วผมได้รู้จักเพื่อนเพิ่ม

จากเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง โดยเพื่อนพี่น้องคู่นี้รู้จักกันผ่านเว็บบอร์ดแห่งนี้เหมือนกัน ก่อนได้มา

รู้จักกับผม เนื่องจากตอนนั้นต้องติดต่อเรื่องงานกันเล็กน้อย

 

เวลาผ่านไป จนวันหนึ่งขณะที่เรา 3 คนนั่ง taxi ผ่านไปย่านกลางเมืองใกล้ๆรพ.หัวเฉียวฯ

ก็มีคนเปิดประเด็นว่าเค้าคลอดที่นั่น ซึ่งทำให้อีกคนตอบรับทันที ว่าอ้าว เค้าก็เกิดที่นั่้นเหมือนกัน

ทำให้ลองถามๆกันดู จนรู้ว่าจริงๆแล้วทั้ง 2 คนนั้น ตอนเด็กบ้านอยู่ใกล้กัน โดยห่างกัน 2 block ได้

แต่ก็ไม่ได้รู้จักกัน และต่อมาก็ต่างฝ่ายต่างย้ายบ้านกันไปอยู่คนละมุมเมือง (คนนึงใกล้ท่าพระ อีกคน

ใกล้บางกะปิ) ผ่านไปกว่า 10 ปี ถึงได้มารู้จักกันได้ ผ่านโลกอินเตอร์เน็ต

 

จะว่าโลกกลม หรือว่า ทั้ง 2 คนนั้น มีชะตาให้ต้องมารู้จักกัน แม้จะย้ายถิ่นที่อยู่ไปแล้ว ก็มีเรื่อง

มาให้เจอกันจนได้?

 

มีใครที่เคยคิดแบบผมบ้างมั้ยครับ? 

Comment

Comment:

Tweet

บังเอิญแบบนี้ ผมก็เคยเจอหลายครั้ง
ตลกดี

#6 By brawatcher on 2008-03-16 23:09

เขาเลยเรียกว่า... พรหมลิขิต....

#5 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-03-15 23:09

ปอนว่าโลกเราแคบลงมากเลยครับ คนเรามีความใกล้ชิดกันขึ้นมากจนบางครั้งอ้อมกันไปอ้อมกันมากว่าจะได้มาเจอกันsad smile บางคนเราไม่คิดว่าจะได้รู้จักก็มารู้จักกัน.. ปอนว่าต้องเป็นอย่างที่คุณ ari บอกแน่ๆ เลยครับต้องมีบางอย่างทำให้เราได้มาเจอกัน ปอนคิดว่าสิ่งนั้นคือ "กรรม" ครับ ทั้งกรรมดี และกรรมชั่วครับ เราคงเคยทำอะไรกันไว้สักอย่างแน่ๆ เลยๆ ถึงได้มาเจอกันdouble wink confused smile

#4 By ปอนปอน on 2008-03-10 20:43

อ๊ะ กรณีแรกนี่อาจจะเพราะโลกมันกลมหรือชะตากำหนด นี่ก้อไม่รู้นะคะ (จิงๆ พอนั่งนึกไปนานๆ หนูก้อเริ่มนึกน้องคนนั้นออกบ้างแล้วล่ะค่ะ)

แต่กรณีหลังนี่หนูว่า พรหมลิขิต แน่ๆ เลย กรั่กๆ ๆ (ตายแระ Y จังเลยนะคะ question)

#3 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2008-03-10 19:35

บังเอิญชัวร์ๆ แต่อย่างว่าโลกมันกลมล่ะนะconfused smile

#2 By Celsius (58.8.71.26) on 2008-03-10 16:51

ผมเรียกมันว่าความบังเอิญครับ

#1 By daylight on 2008-03-10 16:25