Categories

เนื่องจากช่วงนี้ชีวิตเรื่อยเปื่อย เซ็งๆ เบื่อๆไปตามอารมณ์ + กับเมื่อวันก่อนมีการบินเพื่อ endorse license

(บินทดสอบฝีมือเพื่อขอใบอนุญาตของนักบิน) วันนี้เลยเอาเรื่องเบาๆที่ไม่เบา คือเรื่องน้ำหนัก มาว่ากันครับ

 

เนื่องจากว่า แรงยกของเรือเหาะจะต่างจากเครื่องบิน นั่นคือ จะมาจากทั้ง aerostatic หรือมาจากแรงลอยตัวของ

ฮีเลียมเอง แต่ว่า ถ้าแรงลอยตัวของมันมากพอจะทำให้เรือเหาะลอยอยู่ตลอด อะไรจะเกิดขึ้นล่ะครับ?? ติ๊กต่อกๆ

คงคิดได้ไม่ยาก  มันก็ไม่ลงพื้นซะทีนะสิครับ ด้วยเหตุนั้น เราจึงต้องเติมฮีเลียมให้มีแรงยกในระดับหนึ่ง แต่ไม่มาก

พอที่จะทำให้มันลอยขึ้นไปชนิดกู่ไม่กลับ

ฉะนั้น เวลาที่มันทำการบินได้ แรงยกอีก 1 แรงที่เข้ามามีบทบาทก็คือแรงที่มาจาก aerodynamic หรือแรงยก

ที่เกิดจากอากาศที่ไหลผ่านตัวมันเวลาบินนั่นเอง ซึ่งเครื่องบินจะอาศัยแรงนี้ที่มากระทำหลักๆกับตัวปีก แต่เรือเหาะ

จะอาศัยตัวบอลลูนทั้งลูก เพื่อให้แรงนี้มาพามันยกตัวขึ้นไปได้

 

และแน่นอนในเมื่อบินขึ้นไปแล้ว สิ่งสำคัญก็คือการลงพื้น ฉะนั้นก่อนทำการบิน เราจะต้องคำนวณน้ำหนัก

ว่าขณะจะปล่อยบินนั้น น้ำหนักของมันมีเท่าไหร่ และเมื่อจะลง น้ำหนักจะเหลือเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่านักบินเรา

แวะลงกลางทางนะครับ น้ำหนักถึงได้ลดลง แต่เพราะน้ำมันมันถูกเผาผลาญไปตะหากล่ะ

 

 หน้าตาเครื่องชั่งน้ำหนักที่ใช้ ตาชั่งคนธรรมดานี่แหละครับ นี่เป็นตัวที่ 3 ละ เพราะพังบ่อยมาก

 

โดยก่อนปล่อยเครื่องทุกครั้ง ก็ต้องจะต้องทำการปลดมันออกจากเสาตรึงให้อยู่กับที่ จากนั้นก็เอาคนยกมัน

ขึ้นมา สอดเครื่องชั่งเข้าไป ค่อยๆบรรจงวาง ดูน้ำหนักว่าได้ประมาณเท่าไหร่ เพราะมันไม่ได้อยู่นิ่งๆให้ดู

น้ำหนักได้ง่ายๆครับ มันขยับไปมาตลอด และเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้ตาชั่งจากไปก่อนวัยอันควร

โดยน้ำหนักที่พอดีๆจะอยู่ที่ประมาณ 80-85 กิโลกรัมครับ

 

หลังจากนั้น เมื่อออกไปข้างนอกแล้ว ก่อนขึ้นบิน เราก็ต้องให้นักบินเช็กน้ำหนักอีกครั้ง เพราะกระแสลมในแต่ละวัน

แรงไม่เท่ากัน บางครั้งถ้าลมแรงๆ เราก็ต้องทำให้เครื่องมันหนักๆเข้าไว้ครับ ไม่งั้นจะเอาลงยาก  โดยนักบินจะทำ

การยกเรือเหาะให้ล้อพ้นพื้นในระดับเรี่ยๆพื้น (hover) โดยในขณะเสี้ยววิที่ล้อพ้นพื้น(หรือเรียกว่า airborne) ก็จะดู

ว่ารอบเครื่องยนต์ที่ทำให้พ้นพื้นนั้น มีค่าเท่าไหร่ ถ้าิอยู่ในช่วง 3500-4000 รอบต่อนาทีก็ถือว่าใช้ได้

ถ้ามันเบาไป เราก็ต้องใส่ถุงทรายเข้าไปถ่วงเพิ่ม แต่ถ้าหนักไป เราจะเอานักบิน เอ๊ย น้ำที่เป็น ballast ออกครับ

โดยในเครื่องจะมีน้ำอยู่ 84 ลิตร ก็ตีว่าเป็น 84 กิโลกรัม จะเอาออกคราวละประมาณ 10 ลิตร แต่จะไม่มากกว่า

50 ครับ เพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย

การ hover จะทำประมาณ 2 ครั้ง เพื่อความแน่ใจ

 

เมื่อทำการเช็กเรียบร้อย ก็ปล่อยบินกันได้ โดยแน่ใจแล้วว่าลอยขึ้นไปครั้งนี้ จะสามารถลงได้อย่างปลอดภัยละครับ

========================================= 

รูปแถมครับ ถ่ายเล่นตอนรอรับเครื่อง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบดูรูปครับ สวยดี

เรื่องคำนวณน้ำหนักของเรือ ก็มีเหมือนกันครับ ไม่เหมือนกันเท่าไหร่ เพราะไม่ต้องเผื่อขึ้นลง แต่ต้องคำนวนเผื่อเรือเอียงแทน ถ้าเอียงแล้วไม่กลับนี่ซวยตายชักเลย

เรือเหาะนี่ก็น่าสนุกดีเหมือนกันนะครับ

สงสัยว่ามีแอร์รึเปล่าครับ embarrassed

#1 By เจ้าชายน้อย on 2007-11-09 15:24

ไม่มีัเครื่องปรับอากาศใดๆครับ เวลาบินก็เปิดประตูไว้
ลมเย็นสบาย ไม่ต้องกลัวตก เพราะมีเข็มขัด 4 จุดครับ

#2 By @ri on 2007-11-09 15:53

ที่จริงขับเรือเหาะดีกว่าขับเครื่องบินนะครับเนี่ยะ..เพราวะว่ามีร่มขนาดใหญ่บังแดดอยู่ เพราะเครื่องบินแดดมันส่องตรงๆ แต่อันนี้มีบอลลูนบัง...

กว่าจะขึ้นได้มีกรรมวิธีเยอะมากเลยนะครับconfused smile

#3 By ปอนปอน on 2007-11-09 16:50

หนัก 84 กิโลเองหรอเนี่ย
เห็นลำใหญ่ๆ นึกว่าจะทรมานตาชั่ง sad smile

#4 By Emptyz on 2007-11-09 18:55

ชั่งกันแบบนี้เลยเหรอ เหอๆ

#5 By ไอ้แพท.. on 2007-11-09 19:04

ถ้าน้ำหนักมากไป อย่าเผลอเอานักบินออกนะคะsad smile

อยากขึ้นไปนั่งบนนั้นจังค่ะcry

#6 By p-i-e on 2007-11-09 19:54

น่าขับบ้างจังเลยครับ

#7 By My Goddy on 2007-11-09 20:24

ชอบเรือเหาะเหมือนกันครับ

ูเป็นพาหนะที่ดูใจเย็นดี

บินแบบสบาย ๆ ไม่รีบร้อนไปไหน

#8 By oatato on 2007-11-09 22:39

ขอตอบแทนคนเขียนแล้วกันนะ จริงๆมันไม่ได้หนัก 80 กว่าโลหรอกครับ หนักรวมๆน่าจะถึงตันนึงอยู่ แต่มี Helium ช่วยยกไง เลยทำให้มันเบาลง เหมือนลูกโป่งไงครับ ลอยได้

#9 By ceez (124.120.89.43) on 2007-11-11 15:40